High's profile• Genesis of Lyte •BlogLists Tools Help

Blog


    December 06

    Caution!!

    ห้ามใช้บันทึกนี้มาสร้างความเดือดร้อนให้คนเขียน
    และอย่าเอามาล้อเลียนคนเขียน
    เพราะคนเขียนใช้ที่นี่เป็นที่ระบายความเครียด จากชีวิตจริง
    โปรดอย่าเอาไปทำให้แปดเปื้อน ด้วยความคิดนึกสนุกของตัวคุณ
     
    Personal area นะครับ
    ขอบคุณ
    November 10

    เอา.. เอาเข้าไป

    ทุกอย่างไม่ราบรื่นเลยแฮะ
    มันเงียบเกินไป ว่างเกินไป มืดเกินไป
     
    สมัครเรียนที่ TOT แล้วหละ
    เค้าบอกว่าจะโทรแจ้งการจ่ายเงิน เดือนนี้
    อยากให้โทรมาเร็วๆจัง
    อยากไปเรียน ตอนนี้ไม่ค่อยมีอะไรทำเลย
     
    โปรแกรม 3D ก็หลงๆลืมๆไปบ้าง
    แต่คิดว่า เอาแค่ทักษะที่เคยเรียนมา
    ไปรวมกับ ทฤษฎีที่เค้าจะสอนเราใหม่ดีกว่า
    ของเก่าทิ้งไป เพราะมันก็ไม่ได้ดีเลิศอะไรนัก
     
    ตอนนี้วันๆเลยเอาแต่ เล่นเกม
    แล้วลองจินตนาการว่าถ้าเราทำเกมเอง
    จะทำแบบไหน
     
    ว่าแต่ยังไม่ได้ไปดูเลยว่าที่พักอยู่ที่ไหน
    คุณป้าบอกว่าอยู่ในเมืองทอง
    (ส่วนที่เรียนอยู่ เดอะมอลงาม)
    เอาเถอะใกล้ไกลยังไงก็แล้วแต่
    ขอให้ได้กินข้าวสามมื้อ
    นอนเต็มอิ่มก็พอแล้ว
    สองอย่างนี้ก็ทำให้เรียนได้เต็มที่แล้วหละ
     
    เรียน 1 ปี..
    เราจะเปลี่ยนไปบ้างไหมน๊า
    1 ปี แห่งการมีวิชาชีพ
    เลี้ยงดูปากท้องตัวเอง
    และพ่อแม่ ทั้งครอบครัว
     
    อย่าให้พูดถึงเรื่องการมีความสุขในชีวิตเลย
    จะมีชีวิตรึเปล่าก็ยังไม่รู้
    ถึงจะบอกว่าอาชีพที่เรากำลังจะเดินหน้าไป
    มันก็เป็นสิ่งที่เราชอบก็ตาม
    แต่มันเป็นงานที่ยากที่จะทำคนเดียวทั้งหมดแล้วออกมาดูดี
    หรือมีคนสนใจ เพราะถ้าไม่ดีจริงก็ดับ
     
    เพื่อนร่วมงานที่เราจะได้พบเจอจะเป็นยังไงนะ
     
    แล้วเราจะสร้างกลุ่มทำเกมเอง
    หรือไปสมัครงานดีหละ
    (มันจะมีให้สมัครรึเปล่าก็ไม่รู้)
    ความรู้ของคนอื่นจะสูงกว่าเรามากไหมนะ
    แต่ถ้าเจอคนเก่งกว่า ก้อยากจะลองคุยด้วยดูนะ
    อาจจะดีต่อตัวเราก้ได้
    (ไม่ได้งานก็ไม่ความรู้หละวะ)
    คิดตื้นๆไปรึเปล่าหว่า
     
    อนาคตยังอีกไกลก็จริง
    แต่ถ้าไม่กระดิกตัวทำอะไรเลย
    อนาคตอีกไกลที่รอเราอยู่นั่นก็คือฝันร้าย
    ปกป้องใครไม่ได้
    ตัวเองก็ดูแลไม่ได้
    อายุก็ 35 แล้ว (อีก 10 กว่าปีข้างหน้า)
    เหมือนเป็นฝันร้ายเลยใช่ไหม
     
    เพราะงั้นแหละ 1 ปีต่อไปนี้
    คือการดิ้นรนอีกครั้งหนึ่งของตัวเราเอง
    เพื่อหนีความกลัวที่ฝังอยู่ในหัว
     
    ขอให้สิ่งศักดิสิทธิ์ช่วยคุ้มครองผมด้วยนะครับ
    อยากให้พวกท่านอยู่อย่างสบาย
    อย่างน้อยก็อยู่อย่างสบายใจก็ยังดี
     
    โล่งละ ไว้คราวหน้าค่อยมา ระบายอีกนะ เจ้า Blog เพื่อนยาก
    September 06

    เป็นตัวของตัวเอง

    เป็นตัวของตัวเอง
    คืออะไร..
    คือคิดยังไงก็ต้องทำไปตามนั้นงั้นหรือ..
     
    แต่สิ่งที่เราคิดนั้นเกิดจากอะไรกัน..
    สิ่งที่เราคิดก็มาจากถ้อยคำของคนรอบข้าง
    สิ่งรอบๆตัวเราต่างหากเป็นสิ่งสร้างนิสัยของเราขึ้นมา
    ทั้งความชอบ ความเกลียด
    และรายละเอียดของนิสัย
    ก็เกิดจากสิ่งรอบๆข้างพาไป
    ยิ่งฝังลึกมากเท่าไหร่..
    ก็จะติดตัวไปนานเท่านั้น
     
    แล้วจะเรียกว่าเราเป็นตัวของตัวเองได้ยังไง?

    July 28

    Better day

    And you ask me what I want this year
    And I try to make this kind and clear
    Just a chance that maybe we'll find better days
    'Cause I don't need boxes wrapped in strings
    And desire and love and empty things
    Just a chance that maybe we'll find better days

    So take these words
    And sing out loud
    'Cause everyone is forgiven now
    'Cause tonight's the night the world begins again

    And it's someplace simple where we could live
    And something only you can give
    And that's faith and trust and peace while we're alive
    And the one poor child that saved this world
    And there's ten million more who probably could
    If we all just stopped and said a prayer for them

    So take these words
    And sing out loud
    'Cause everyone is forgiven now
    'Cause tonight's the night the world begins again

    I wish everyone was loved tonight
    And somehow stop this fight
    Just a chance that maybe we'll find better days

    So take these words
    And sing out loud
    'Cause everyone is forgiven now
    'Cause tonight's the night the world begins again
    'Cause tonight's the night the world begins again
     
    ไปหละ
     
    กะเด้ว!!
    July 01

    ไม่มีหัวข้อ

    ไปเจอกาตูนเรื่องนี้เข้า "Hanbun no Tsuki ga Noboru Sora"
    ถ้าเป็นเมื่อก่อนดูแล้วคงซึ่มไปหลายวัน
    แต่ดูตอนนี้รู้สึกมีความสุขแฮะ แปลกจัง
    หรือว่าเพราะชีวิตกุเศร้ากว่าวะ เหอๆๆ

    เอาเป็นว่าเพลงเพราะดีอะนะ
    ใครอยากดูก็ไปเข้าเว็บ www.youtube.com
    แล้วค้นหาด้วยชื่อเรื่องนี้ละกัน
    มี 6 ตอนจบ เนื้อเรื่องชวนซึม เพลงชวนหลับ
    สรุปดูเรื่องนี้หลับแบบซึมๆ =_=
     
    ช่วงนี้เรียนกราฟฟิกที่สยาม พารากอน (เหมือนจะหรู เห๊อะ)
    เรียนๆๆ ไป รู้สึกจะเข้ากะอาจารย์ที่สอนไม่ได้แฮะ
    เอาเถอะเรียนไปก็พอ แต่รู้สึกเหมือนเค้าจะกั๊กๆ ไม่สอนทั้งหมด
    แต่ก็ปกติหละนะ เป็นเรื่องปกติที่ชวนหดหู่ ใช่ไหมหละ?
    สุดท้ายตนเองก็สำคัญที่สุด ทุกที...
     
    เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (เมื่อวาน) กำหนดส่ง แบบ logo 4 แบบ
    เค้าเอาไปดุแล้วนิ่งไปพักนึงสงสัยอึ้ง 555
    ไม่รู้ซะแล้วว่าใครทำ หึๆ (ออกแนวเก็บกดนะนี่)
     
    ตอนเรียนก็ไม่ค่อยจะเข้าใจเท่าไหร่เลย
    แถมคนข้างๆก็ถามอีก ตูก็ตอบไม่ค่อยได้อะนะ
    เพราะอะไรถึงตอบไม่ได้
    1.ฟังคำถามไม่เข้าใจ งงกันไปหละเหอๆๆ
    2.เจ๊เค้าถามมาตอนจานสอนเข้าได้เข้าเข็ม -*-
    3.กุเพิ่งเรียนพร้อมๆเมิงแหละแล้วกุจะรู้ไหม
    4.ถามตรงที่เค้ายังไม่ได้สอนแล้วตูจะรู้ไหม
    5.ตูก็กำลังจะถามเมิง
     
    เฮ๊อ~* ตูคล่องก็จริง แต่ก็เพิ่งเรียนนะ
    เห็นทีได้เรียนใหม่อีกรอบแหงๆ
    พูดถึงเรียนใหม่ 3D max ก็ชักลืมๆแล้วแฮะ แย่หละสิ
    เรียนเสร็จตอน สามทุ่มครึ่ง ใครไปสยามบ่อยคงรู้ดีว่าอีกฟากของพารากอน
    มีร้านโดนัทอยู่ ตูข้ามฝั่งมารอรถทุกวัน
    มันก็ส่งกลิ่นหอมหวลชวนเสียกะตังทุกทีไป
    แต่ก็ต้องอดใจไว้เพราะมันไม่ใช่ถูกๆ
    ตอนกลับบ้านแวะซื้อโรตี แด๊กดีกว่าวะ 12 บาทเอง
    น้ำส้มคั้นอีก 15 บาท เอออิ่มอร่อยเหมือนกันหละ
    (หรือกุหลอกตัวเอง?)
     
     
     
     
    หากไม่มีเป้าหมายก็ไม่สามารถทำอะไรได้งั้นเหรอ?
    ถ้าไม่มีเป้าหมายจะหยุดรอให้มันมางั้นเหรอ
    ทำไมไม่สร้าง หรือ ออกเดินหามันหละ
    หรือกลัวว่าหากเดินไปแล้วจะเจอขวากหนาม?
    หรือกลัวจะเจ็บ และพลาดสิ่งที่ควรจะเจอ
    ใครจะรู้หละ นั้นมันตัวของคุณเองนี่?
    ทำในสิ่งที่คุณคิดเถอะ
    คุณจะยืนรอ หรือเดินหา ใครจะว่าคุณได้
    ในเมื่อนั้นคือชีวิตของคุณ
    ถ้าหากคุณพยายามอย่างที่สุด
    เป้าหมายจะปรากฎตรงหน้า และตรึงประทับอยู่ในใจคุณ
    คอยฉุดดึงคุณให้ออกเดินไป
    โดยไม่สนใจ ความเจ็บปวด ความกลัว
     
    มันก็เท่านั้นแหละนะ
    April 24

    3 เดือน ผ่านมา การพัฒนา และเสื่อมถอย

    เรียนจบแล้ว รับปริญญา ครอบครัวเบิกบาน
    แค่วันเดียว ที่เรารู้ว่าใช่
     
    หลังจากนั้นมามันจะไปต่อยังไง ก็ไม่สามารถรู้ได้
    ไปเรียนพิเศษต่อที่ British Council
    สนุกดีนะ เจอคนมากหน้า ที่มีแค่สองตา (บางคนสี่ตา)
    ถ้าจะมองว่าได้ความรู้ไหม..
    ก็ได้อะนะ ได้จากเพื่อนๆในชั้นนั่นแหละ
    ถ้าไม่มีเพื่อนคอยช่วยกันมันก็ไม่มีทางที่จะพัฒนาได้
    ภาษาคือความกล้า ที่จะถ่ายทอดความคิดให้คนภายนอกรู้
    ดังนั้นเพื่อนคือกำลังสำคัญที่จะช่วยเราได้
     
    จบคอสไป เราก็ลองย้ายมาเรียนอีกคอสที่สยาม..
    ผิดกันเลย..  ความรู้ ก็คงมีเยอะตามนั้นแหละมั้ง
    แต่เรื่องพูดคุยกันคงจะลำบากซะแล้ว
    เพราะเค้ามากันเป็นกลุ่ม  ที่หนาแน่น
    คุยกันเฉพาะเรื่องในกลุ่ม
     
    ไม่ได้ไม่พอใจหรอกนะ
    แต่มันคือทางตันเล็กๆของคนๆนี้เท่านั้นเอง
    ไม่ได้ทางนี้ ก็หาอย่างอื่นนั่นแหละ
    ที่สยามมีคอมพิวเตอร์ช่วยในการสอนด้วย
    ก็ค่อนข้างช่วยได้พอสมควร
    (ที่เก่าระดับความพอใจ 70% ที่ใหม่นี่ซัก 55% มั้ง)
     
    ปล. อาจารย์ Heidi สอนดีครับสนุกมาก ความรู้ควบคู่ความสนุก
     
    ตอนนี้เรียนภาษา ควบกับ เรียน กราฟฟิก 3D (three dimension)
    ที่วงเล็บเพราะคนที่บ้านฟังแล้วไม่รู้เรื่องกันเลย
    เรียนยาก สนุก น่าสนใจ ถ้าคอมที่นั่นคุณภาพดี
    แล้วก็เพิ่ม RAM ซะบ้างก็คงจะดีกว่านี้
     
    เครื่องบ้านก็เช่นกัน สงสัยต้องซื้อการ์ดจอใหม่
    (เข้าเนื้ออีกแล้ว)
    ไม่อยากบอกให้ที่บ้านรู้เพราะมันรบกวนเงินทองอีกแล้ว
    เข้าเนื้อเช่นเคย  แต่ก็ต้องทำแบบนี้แหละ
    ไม่เสียเงินตัวเองก็ไม่รู้สึกเสียดาย
    ต้องทุบหม้อข้าวก่อนบุกตีเมือง (ฟังเหมือนจะไปรบบางระจัน)
     
    อ้อๆ เรียนที่ Net Design นะ จ่ายเงินตัวเองไหม?
    ใช่ แต่สุดท้ายป้าก็รู้ก็เลยช่วยจ่ายให้ส่วนหนึ่ง (ขอบคุณครับ เกรงใจจริงๆ)
     
    ปล. บอกตามตรงความ low spec ของเครื่องคอมที่เรียน จะลดความต้องการเรียนรู้ไปได้เยอะอย่างไม่น่าเชื่อเลย (จริงๆ)
     
    เมื่อวานลองไป พารากอนดู เก็ตมันพาไป เจอเครื่องหมุนไข่ (กาชาปอง)
    เกิดบ้าขึ้นมา เสียตังไปเลย 120 (โอ๊ย เสียเงินอีกและ กับเรื่องไม่เป็นเรื่อง)
     
    ถึงคุณภาพ figure จะดีก็เถอะ แต่มันก็ไม่ได้ช่วยให้ชีวิตมีความสุขได้นานนัก
    ช่างมัน แก้ไขไม่ได้แล้ว ทำได้แค่จำ (จำไว้ไอ้บิ๊ก)
     
    พอก่อนหละ ไว้คิดอะไรออกจะมาต่อ
    February 07

    เพื่อน

    เพื่อน . . .คือคนแปลกหน้าคนแรก ที่ทำให้เรารู้จักความรัก
    . . . นอกเหนือจากคนในครอบครัวที่เรารู้จักกันมาตั้งแต่เกิด
     
    เพื่อน . . . โผล่หัวมาตอนโต
    เป็นใครไม่รู้ จู่ๆวันหนึ่งเราก็รักมัน
     
    ความรักเพื่อน เป็นความรักที่น่าเคารพยกย่อง
    . . . แต่ต้องเป็นเพื่อนแท้นะ


    เพื่อนจะรักกันแบบพอดี . . .
    ไม่หวง ไม่หึง ไม่ต้องการอะไรตอบแทน
    เรารักกันสบายๆ มีปัญหาอะไรปรึกษากัน มีเรื่องเดือดร้อนช่วยกัน
     
    แต่ในขณะเดียวกัน. . .
    ต่างคน ต่างก็มีโลกของตัวเอง เธอมีแฟนฉันไม่ว่า
    เธอสนุก . . .ของเธอไป เราต่างยินดีในความสุขของกันและกัน
    ไม่ต้องมาเจอกัน ก็ยังห่วงกัน คิดถึงกัน
    ถามไถ่สารทุกข์สุขดิบอยู่เสมอ
     
    ถ้ามั่นใจว่าเจอเพื่อนแท้แล้ว
    เชื่อเถอะว่า ไม่ว่าเราจะห่างกันยังไง เราจะคิดถึงกัน
    และเราจะไม่มีวันเลิกคบกัน . . .
    ต่างฝ่ายต่างมีเพื่อนใหม่ ก็ยังเป็นเพื่อนกันไ
     
    ความรักของเพื่อนมันเป็นความรักที่ไม่มีเงื่อนไข
    คนบางคนบอกว่า คุยกับเพื่อนได้ทุกเรื่อง
    แต่คุยกับแฟน . . . กับพ่อแม่ได้บางเรื่อง
    นี่แหละที่มันเป็นความรักที่ประหลาด แต่งดงาม
    มันมีความเข้าใจ . . . ไว้ใจ . . . เชื่อใจ . . . ในจุดสมดุล
     
    ฤดูกาลผันผ่าน อาจเปลี่ยนวันวานไปได้
    แต่ตราบใดภาษายังไม่เปลี่ยนไป
    คำว่า " เพื่อน" เขียนอย่างไร
    ความหมายย่อมเหมือนเดิม

    เพื่อน ๆ ว่าจริงไหม!!
    January 07

    ไร้สาระ อย่างงั้นเหรอ?

    เสร็จธุระซักที

    ขอลงอะไรในใจหน่อยแล้วกันนะ

     

    หลังจากที่ทำงานที่ค้างไว้จนเสร็จเรียบร้อยแล้ว

    ก็หันมาดูแลย่าที่โรงพยาบาล

    แต่พอไปนอนที่โรงพยาบาลได้สองวัน

    ก็เกิดอาการไม่อยากเจอหน้าป้าตัวเอง =_=

    ก็ไม่มีอะไรมาหรอก โดนด่าหนะ

    เพราะเราเป็นคนผิดเอง

     

    เพราะ

    ไม่ได้จดบัญชีรายรับของคลินิก

    (รายได้เสริมของทางบ้าน)

    เดิมทีเมื่อก่อนก็ทำทุกครั้งแหละ

    แต่เหตุผลเพราะพอป้าเอาเครื่องพิมพ์ใบเสร็จมาใช้

    ก็มีคนทำบัญชีให้ เป็นแบบนั้นมาตั้งแต่เมื่อ 2 ปีก่อน

    มันทำให้ลืมและก้ไม่เข้าใจคำว่า "บัญชี" ว่าคืออะไร

    (แปลกไหม?)

    เลยไม่ได้ทำ เพราะไม่เข้าใจ

    และสาเหตุที่ไม่ได้ถามกลับไปว่ามันคืออะไร

    เพราะรังเกียจสายตาที่ดูหมิ่นว่า "มันโง่งี่เง่าจนไม่เข้าใจที่ชั้นพูดได้ยังไง?"

    แล้วน้ำเสียงก็เป็นเชิงว่า "ชั้นจะอธิบายให้ฟังช้าๆแล้วนะไอ้โง่" ก็ด้วย

    ไม่ว่ายังไงการแสดงความโง่ในบ้านนั้นคือเรื่องต้องห้ามสำหรับเรา

    เพราะมันจะมีการบันทึกลงในสมองเค้า

    แล้วเป็นการทบดอกเอาไว้ไปด่าในรอบหน้าอีกด้วย

     

    หุงข้าวเราก็ผิดอีก

    ป้าโทรมาบอกให้หุงข้าวไว้

    เราเองที่ผิดบอกให้น้องหุง  แล้วมันก็รับคำ

    พอป้ากลับมาเราก็คิดว่าน้องหุงแล้ว

    สรุปมันยังไม่หุงเลย

    แต่สุดท้ายคนที่โดนก็คนนี้แหละ ก็ต้องยอมรับว่าผิดเองที่ไม่ทำเอง

    แต่สายตาที่ว่า "ทำไมไม่ทำ?  คิดว่ามึงเป็นใคร?"  มันอะไรกันครับ?

    เราเกินจะทน  เกลียดมากจริงๆ ไอ้การเงยหน้าขึ้นแล้วมองลงมา

    สายตาเหยียดหยามและท้าทาย ให้เสยปลายคางแบบนั้น..

    ก็ก็ทำได้แต่คิดในใจแล้วเอามาระบายใน blog หละนะท่านทั้งหลาย

     

    ก็ต้องพยายามข่มตัวเองคิดว่าป้าคงเครียด

    ที่คุณย่ายังอยู่โรงพยาบาล ต้องนอนเฝ้าเกือบครึ่งปีข้ามปี

    ก็ได้แต่คิดเช่นนั้น

     


     

    เรียนจบแล้ว

    แต่ชีวิตจริงมันยังไม่จบ เหมือนมันเพิ่งจะเริ่ม

    ทางบ้านก้เชียร์ให้ทำอะไรต่อมิอะไร

    น่าเหนื่อยใจจริงๆ บังคับกันเนี่ยะ

     

    เรื่องนี้พอก่อน

    เรื่องปัญหาส่วนตัวบ้าง

     

    น้องยิบญาติไม่ห่างไม่ไกลวาดรูปสวยจริงๆ เห็นแล้วก้อยากวาดรูปขึ้นมามั่ง

    แต่ตัวเราเองวาดเท่าไหร่ก็ไม่ชอบใจ

    คงลืมความสุขจมกับความทุกข์จนวาดไม่ได้เหมือนเก่าแล้วหละมั้ง

    เจอแต่เรื่องหดหู่ เลยวาดได้แต่ภาพขาวดำ

    ลงสีไม่เป็น หรือเพราะเมื่อก่อนทางบ้านไม่ค่อยสนับสนุนกันนะ

    ไม่ได้หมายถึงเรื่องเงินนะ แต่คำปรึกษาหรือกำลังใจไม่มีเลย

    พอมาฟังคำชมเอาตอนนี้ ขอโทษเถอะฟังแล้วมันยิ่งหดหู่ว่าทำไมเพิ่งจะมาทำ

    "ต้องการอะไรกันแน่?"  คิดแบบนั้นซะด้วยซ้ำ

    เลือกใช้สีก็ไม่เก่ง   ลงสีก็ห่วยแตก

    ก็ได้แต่เฝ้ายินดีน้องสาวอยู่ไกลๆที่เค้ามีอนาคตที่ดี

    โชคดีที่ไม่ได้โตมากับไม้เรียวและคำพูดที่เสื่อมโทรม

    ตั้งแต่เกิดมาได้ยินคำปลอบใจไม่ถึง 100 ครั้ง

    ส่วนคำตำหนิ นินทา ต่อว่า นั้นเลิกนับไปนานแล้ว

     

    เอาเถอะ   ถึงจะวาดรูปไม่ได้ดีแล้ว

    แต่ก็ยังชอบด้านนี้อยู่หละ

    คิดว่าจะลองจับเรื่อง 3D ดูบ้าง

    ถึงจะไม่เคยลองทำแต่ก็สนใจมากๆเลยหละ

     

     


     

    วันจันทร์นี้ต้องไปทำเรื่องขอจบซะที

    กลับมาก็ทำ document ให้เพื่อนต่ออีก

    เอาวะ!! สู้ๆ

     

    ถ้าเรามีลูกมีหลาน

    เราจะไม่ใช้ความรุนแรงสั่งสอน

    ไม่ใช้คำพูดที่ทำร้ายจิตใจ

    ไม่ใช้สายตาที่เย็นชา

     

    เพื่อไม่ให้เหมือนเราที่ใจมันด้านชา

    ที่ปิดบังความรู้สึกไม่ให้ครอบครัวได้รับรู้

    เพียงแค่เพราะกลัวว่าพวกเค้าจะพูด

    ว่ามัน "ไร้สาระ"

    September 04

    มองกลับมาอีกด้านนึง...

    หลายๆอาทิตย์มานี้
    ไม่ได้เล่นเกมที่เคยเล่นแล้ว
    ทำให้นึกขึ้นมาว่า "เรามีเวลามากขนาดนี้จริงๆเหรอ?"
    มีเวลาทำอะไรๆได้อีกหลายอย่าง
    ออกไปเที่ยว ดูหนัง โยนโบว์ ได้สบายๆ
     
     
    แต่พอคิดได้แบบนั้นแล้ว
    ก็เพิ่งมารู้ตัวว่า "เรามีเงินน้อยขนาดนี้เชียวเหรอ?"
    ไม่มีเงินออกไปข้างนอก
    ไม่มีเงินไปเที่ยว ดูหนัง โยนโบว์ เลย
     
     
    ไม่เหมือนตอนที่เล่นเกม
    ใช้เวลาไปเรื่อยๆ
    เงินในกระเป๋าก็ไม่ได้หายไปเลยซักนิด
    คิดได้แบบนี้แล้ว..  ก็เริ่มจะลังเล
     
     
    เงิน...  หรือ  เวลา  ดีหละ?
    ที่เราควรจะใช้ไป  เงินก็สำคัญ
    เวลาก็มีค่า ไม่ว่าไปทางไหน..
    พอมองกลับมาอีกด้านหนึ่ง..
    ก็จะเห็นสิ่งที่เราต้องสูญเสียไปอยู่ดี
     
     
     
     
    คิดไปวาดไป
    แล้วก็เอามาแปะ
    August 22

    นกมรณะ

    เรื่องมันเริ่มตั้งแต่เมื่อต้นๆเดือนที่ผ่านมานี่เอง...
    ตอนแรกก็ไม่คิดอะไรมากหรอกนะที่ลูกนกมาชนหน้าต่างอะ
    มันคงเริ่มหัดบินหละนะ..
    เราก็คิดตื้นๆว่าเป็นอย่างงั้น...
     
    แต่หลังๆมานี่เริ่มแปลกขึ้นๆ  ทำไมมันชนบ่อยจังวะ
    เล่นคอมอยู่ดีๆ นกก็มาชนกระจก!!!
    ปึ๊ก!!!   ปึ๊กๆ!!!
    เฮ๊ยชักหลายปึ๊ก ชนแล้วไม่เข็ดเหรอไงวะ
    สองสามวันต่อมาเราก็ลองไปดูใต้กระจกเห็น
    นกกระจอกตัวนึงนอนเดี้ยงอยู่ตัวนึง
    เลยจัดการเอาไปทิ้งซะ
     
    คิดว่ามันจะจบ
    แต่หลังๆเริ่มมีนกเอี้ยง... 
    ไม่ได้ชนนะ แค่มาเกาะกระจก
    เคาะกระจก...
    แล้วมองเจ้ามาในกระจก...
    เราเล่นคอมห่างมันไปไม่ถึง 1 ม.
    เป็นเรื่องแปลกมาก
    เราสงสัยมันไม่กลัวคนเลยเหรอไงฟะเนี๊ยะ
     
    บางที่ก็รู้สึกว่ามีอะไรกรอบแกรบที่กระจกด้วย
    เราเริ่มกลัวๆนิดหน่อย เหอๆๆ
     
    จนเมื่อวันก่อนนี่เองเราลองให้คนสวนไปดูว่ามีนกตายอีกไหม
    คนสวนบอกไม่มีแต่...
     
     
    "น้องคับไม่มีนกตายเลยคับ
    แต่ขอบกระจกมีปลวกขึ้น
    เดี๋ยวแจ้งนายช่างให้มาฉีดยากันปลวกให้นะครับ"
     
     
    ..........
    ..........
    ..........
     
     
    มิน่าหละนกถึงได้มาชน มันจาแด๊กปลวกนี่เอง
    นกเอี้ยงก็ด้วย    เห็นแก่แด๊ก!!  ไม่กลัวตูเลย =_=
     
    พอกำจัดปลวกเสร็จก็ไม่มีนกมาชนอีกเลย
    ความสงบสุขกลับมาอีกครั้ง เหอๆๆๆ
     
    จบ....
     
    ปล. ตอนเจอนกตายไม่ทันสงเกตที่กระจกว่ามีปลวกขึ้น =_="
    August 08

    พลังงานลึกลับ

    ช่วงหลังๆนี้รู้สึกไม่เป็นตัวของตัวเองเลยแฮะ
    รู้สึกมีอะไรบางอย่างมาควบคุม
    ให้ทำอะไรๆโดยไม่รู้ตัว
    เราก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไรอะนะ
    แต่ขอเรียกมันว่า "พลังงานลึกลับ"
     
     
     
     
     
    ก็เจ้าพลังงานนี่แหละทำให้
    ตอนเราหิวแล้ววูบๆเมื่อรู้สึกหิว
    มารู้ตัวอีกทีก็กินพิซซ่าถาดใหญ่กะแปปซี่หมดแระ
    (ใจจิงอยากไปกินก๊วยเตี๋ยวข้างนอกนะนี่)
    ทำไปไม่รู้สึกตัวเลย........   ลึกลับจิงๆ
     
    แถมเมื่อตอนเราตื่นกะว่าจะ
    ออกไปเที่ยวข้างนอก  แล้วก็รู้สึกวูบๆ
    (มันมาอีกแล้วพลังงานลึกลับ)
    มารู้สึกตัวอีกที่ก็ 6 โมงเย็นนั่งหน้าคอมซะแระ
    ทำไปไม่รู้สึกตัวเลย........   ลึกลับจิงๆ
     
     
     
     
     
    ก็อย่างที่บอกอะมันเหมือนมีอะไรมาควบคุม
    ให้ทำอะไรไปโดยไม่รู้ตัว
     
     
     
     
    เพื่อนๆคนไหนเจอ "พลังงานลึกลับ" แบบนี้
    อย่ากังวลไปนะฮับ มันไม่มีอันตรายมากมาย
    แค่จู่ๆตังหาย กะจู่ๆปวดตาเท่านั้นเอง T_T
    August 02

    พรุ่งนี้..

    วันนี้คุณกำลังทำอะไร?

    คุณกำลังสร้างวันพรุ่งนี้...

    หรือคุณกำลังทำลายวันพรุ่งนี้...

    หรือคุณกำลังปล่อยให้พรุ่งนี้เหมือนวันนี้?

     

    วันนี้คุณกำลังทำอะไร..

    July 25

    Fate..

    Fate is not something
    forced onto you, nor is
    it something one yields to.
     
    Fate is something to be
    carved with one's own hands...
     
    If you believe in yourself,
    you will break free from all
    that binds you...
     
     
     
     
    I hope to pass this message
    on to as many people as I can...
    July 19

    A D PART 2

    อะจะมาอธิบาย
    ตอนที่สองของตูในหน้า Photos นะ
     
    ตรงตอนฝัดฝั่ดอะ
    จิโยะจังจะพูดว่า "บาสุ กาสุ บากุ ฮาสุ"
    เป็นคำรัวของญี่ปุ่นแปลว่า "รถบัส แก๊ส ระเบิด" เด้อ
     
    ใครพูดรัวเร็วๆได้ก็เก่งไม่แพ้คนญี่ปุ่นหละเน้อ
     
     
    ส่วนตอน อย่าให้ฝันเลือนหาย
    ที่โทโมะจังทำไปเพราะยังไม่ได้ทำตอนประถม
    โทโมะจังอยากลองทำความฝันให้เป็นจริงซักครั้ง
    ....เลยมาทำตอนมัธยม เหอะๆๆ
     
     
    ส่วนตอน  วิ่ง 100 เมตร
    8 ซม. คือขนาดหน้าอก =__="
     
     
     
     
     
    ปล. คงจะมีบางคนกำลังพยายาม
    พูด "บาสุ กาสุ บากุ ฮาสุ" อยู่บ้างหละน่า กั่กๆๆๆ
    July 09

    Azumanga Daioh!!

    ตามนั้น ไปดูใน photo เอานะ
    อ่านไม่ชัดก็เซฟลงเครื่องแล้วค่อยเปิดสิ!!
     
    อ๊ะนี่ http://www.djmaxkayo.co.kr/ เว็บเกมเพลง
    ด้านขอบบนเว็บ มีเพลงให้ฟังด้วย เพราะดีนะ
    (ยกเว้นเพลง 2 ปวดหู กรั่กๆๆ กร๊าก)
     
    ไปหละ บาย
     
    ปล. ถ้าชอบจะเอามาลงเพิ่มนะ เหอๆ
           เพื่อสหายทั้งหลาย กั่กๆๆ
    July 06

    ตื่นผิดเวลา

    ตามหัวข้อเลยนะ
    วันนี้ตื่น ตี 4 ครึ่ง เหอๆๆ
    ไม่ได้ตื่นแล้วนอนต่อนะ
    ตื่นแล้วก็ไปเตรียมตัวไปวัด

     
    ไปทำไมหนะรึ
    ก็ไปเดินตามบิณบาต
    หลวงลุง (ลุงเราเอง บวชให้ย่า)
    เราก็เลยไปช่วยยกของ
    เด็กวัดไง เด็กวัด!!!!
     
    ไปถึงเกือบตี 5
    โอ๊วเห็นกรุงเทพ
    ถนนโล่งวันธรรมดาก็วันนี้แหละ
    และแล้วก็ออกตามบิณบาต
    เดินแป๊ปเดียวเองไม่ถึง 15 นาที
     
    ก็กลับวัด
    บิณบาตพอฉัน
    กลับวัด ล้างบาตให้หลวงลุง
    แล้วก็ลากลับ
    แวะเยี่ยมคุนย่าตอนเช้าซะหน่อย
     
    ถึงบ้าน แปดโมงเช้า
    ซึ่งเวลานี้ก็ไม่ใช่
    เวลาตื่นของเราอีกแหละ (555)
     
    และแล้วก็สลบ
    ตื่นอีกที บ่าย 2 แก่ๆ
    ท้องร้องจ๊อกๆ ลงมาข้างล่างก้ไม่มีไรกิน
    (มีแต่ไม่กิน ยำของแม่บ้าน ใครจะกิน)
    ปล. อ้างอิงบันทึกเรื่อง
    "เรียงความเรื่องแม่บ้านของฉัน"
     
    เลยสั่ง Pizza มากินซะ (ตบะแตก)
    กินๆๆๆๆๆ อิ่ม...  นอนนนน....
    ใครจะอนาถเราก็ได้นะ วันนี้เป็นงี้จิงๆ
    กินกะนอน
     
     
     
    ปล. เช้านี้ทำความดี รู้สึกเหมือนมี heaven ring ลอยอยู่บนหัว กั่กๆๆ
    July 01

    บันทึกย้อนหลัง

    บันทึกย้อนหลังของเมื่อวานก่อนแล้วกัน
     
    เมื่อวานสอบท้ายคาบอีกแระ
    ฟังที่เค้าสอนใน CAI ไม่รู้เรื่องเท่าไหร่เลย หลับๆตื่นๆ
    อ่านเองก็ไม่ค่อยได้ เพราะเสียง CAI มันกล่อมประสาท
    พูดวกๆวนๆ =___=" ง่วงโว๊ยยย
    พอถึงท้ายคาบก็สอบ
    ก็ทำเท่าที่จำเสียงที่โดนกล่อมจาก CAI มา
    ส่งคำตอบแบบสิ้นหวังนิดๆ
    "คราวนี้กุไม่ได้เยอะแน่เลยห่าเอ๊ยยยย"
    ส่งครบอาจารย์ก็ตรวจตรงนั้นเลย
    รอฟังผล.... top โว๊ย ได้ 11 จาก 12 ข้อ กั่กๆๆๆ
    (กุเดาแม่นจิงๆ) ส่วนมากเค้าได้ 8-9 กัน เหอๆ
    ถึงห่างกันไม่กี่คะแนนแต่ก็ดีใจอะนะ
    รู้สึกมีความสุขขึ้นมาอีกนิดในชีวิตที่ผ่านมา....
     

     
    อาวหละคราวนี้บันทึกย้อนหลัง 2 เดือน
     
    คือเมื่อ ต้นเดือน พฤษภา คุณย่าเราเส้นเลือดในสมองแตก
    ป้าเรารีบโทรเรียกรถพยาบาล
    มารับคุณย่าเราไปโรงพยาบาลที่ป้าเราอยู่ก่อน
    (ป้าเราเป็นรอง ผอ. ที่นั่น)
    พอช่วยเหลือเบื้องต้นได้แล้ว
    ก็พาคุณย่าไปโรงพยาบาลกรุงเทพต่อ..
    อยู่ที่นั้นเป็นเดือน.. เสียค่ารักษาไป 2.3 ล้านแล้ว
    เราก็พยายามแกล้งลืมเงินค่าใช้จ่ายเวลาไปเรียนอะนะ
    ไม่ได้ขอป้ามาก คิดว่าใช้ตังตัวเองที่เก็บมาไปก่อนดีกว่า
    เพราะยังไงซะเรื่องคุณย่าต้องมาก่อน
    (ยังหาเงินเองไม่ได้เลยทำได้แค่ไม่ขอเพิ่ม)
     
    แล้วไม่นานมานี่คุณย่าเราก็อาการดีขึ้น ถึงจะยังพูดไม่ได้
    แต่ก็ขยับมือและเท้าได้บ้างแล้ว
    ป้าเราจึงย้ายคุณย่ามาโรงพยาบาลที่ป้าทำงานอยู่
    จะได้ทำงานได้ไม่ต้องลางานแล้วก็นอนเฝ้าย่าได้ด้วย
     
    ตอนนี้อาการคุณย่าเราดีขึ้นแล้วเราเลยเอามาลง blog ได้
    เพราะก่อนหน้านี้ไม่กล้าลง
    กลัวว่าจะต้องบันทึกอะไรแย่ๆลงไปด้วย
     
    สุดท้ายขอให้คุณย่าหายไวไวนะ
    ลูกๆ หลานๆ รอคุณย่ากลับบ้านครับ
    June 26

    ท้องฟ้าสีคราม

    คนเราอยู่ไม่ได้หากปราศจากความทรงจำ

    ทั้งความสุข  ความทุกข์  คนที่รู้จัก  หรือคนที่เรารัก..

     

    ...แต่ คนเราก็อยู่ไม่ได้อีกเช่นกัน หากมีชีวิตอยู่ในความทรงจำ

    อยู่กับสิ่งที่จากไปแล้ว และจะไม่มีวันหวนคืนมา

    ทั้งความสุข  ความทุกข์  คนที่รู้จัก  หรือคนที่เรารัก..

     

    ดังนั้นก้าวไปข้างหน้าเถอะ..

    ถึงมันจะทำให้เรายิ่งห่างไกลจากความทรงจำเก่าๆมากขึ้น

    แต่มันก็ได้สร้างความทรงจำใหม่ๆให้กับตัวเราเช่นกัน

    ขอเพียงอย่าลืมความทรงจำนั้น และพามันไปกับเรา

    สุดท้ายเราก็จะได้พบกับท้องฟ้าสีครามแห่งความสุขที่เรารอคอย...

     

    พยายามเข้านะ..

    พยายามให้มากที่สุดที่จะมีชีวิตต่อไป..

     

    ปล. ให้กำลังใจตัวเองหนะ ไม่มีรัยมาก =__=/

    June 23

    เมืองกุบึ้มแล้ว สาดดด

    ตื่นมาเที่ยงๆ เมาขี้ตา

    เปิดคอมดูก็พบว่า เมืองหลักบึ้มไปแล้ว =_=

    (เกมใน net อะนะ www.super-robot-wars.com)

    เซ็งปนสลด อุตสาห์เล่นมา 3 วัน เหอๆ

    แต่ก็เอาเห๊อะแพ้ก็หมักใหม่ สู้ต๊ายยย

     

    ตอนเย็นออกไปเรียน สถาปัตยกรรมคอมพิวเตอร์ เรียนๆหลับๆ

    ดูจานสอนด้วย CAI ไป ท้ายคาบมีสอบด้วย

    แต่ก็นั่นหละภาคค่ำๆ หมูซะไม่มี มีให้ลองทำดูก่อน 2-3 รอบ

    (ข้อสอบ random) มี 14 ข้อ สอบจริงก็ทำๆไป

    ได้มา 13 คะแนน (เลขไม่สวยเลย)

    แต่ก้เอาเต๊อะผ่านหละวะ

    ถึงจะแค้นนิดๆที่บางคนได้เต็ม (ลอกกันทั้งนั้นอะ)

     

    สอบเสร็จออกจากห้องเรียนกลับบ้าน

     

    ปล. ฝนตกรถติด ชีวิตหดหู่เด้อ

    June 21

    มากมาย

    วันนี้ออกไปพันทิพ ซื้อหมึกให้เครื่องปริ้น เสียตังมากมาย

    กลับถึงบ้านสั่งพิซซ่ามากิน 1 ถาด อิ่มมากมาย

    กินเสร็จออกไปเล่นบาสกะเพื่อวิท และเพื่อนโจ้

    (เพื่อนเก็ตชิ่งหนี) เล่นบาสเหนื่อยมากมาย

     

    ....แพ้มากมายด้วย T^T

    แย่ที่สุดคือร้องเท้าปากเปิดซวยมากมายจิงๆ

     

    วันนี้ มากมาย มากมาย    =__=/